BLOG

Reading

อยากเริ่มต้นเขียนเว็บไซต์เอง ต้องทำอย่างไร

Web Development - 25 Dec 2020
Author: Born Scream

how to making web

ถ้าอยากจะมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง จะต้องทำอย่างไร ยากไหม แล้วต้องเสียเงินเท่าไหร่ บทความนี้จะมาไขข้อสงสัยให้กับผู้อ่านทุกท่านครับ

เว็บไซต์ คือ อะไร?

Website ก็คือ สื่อชนิดหนึ่ง ที่จะต้องต่อ Internet เพื่อเข้าถึง โดยจะต้องเปิด Web Browser ซึ่งเป็นโปรแกรมสำหรับเข้าเว็บไซต์ เช่น Chrome , Safari , Opera , Edge
โดยเมื่อเข้าไปแล้วจะพบกับเนื้อหาต่างๆ ตามแนวทางที่เว็บไซต์นั้นถูกสร้างขึ้นมา เช่น Google เป็นเว็บไซต์สำหรับค้นหาข้อมูล (Search Engine) , Facebook เป็นเว็บไซต์สำหรับติดต่อผู้คน (Social Media) Youtube เป็นเว็บสำหรับดูวีดีโอ , Shopee เป็นเว็บไซต์สำหรับซื้อขายของออนไลน์ , 7/7 House เป็นเว็บสำหรับแสดงผลงาน รับงานเขียนเว็บ ฯลฯ

เว็บไซต์มีจุดประสงค์ต่างกันไปขึ้นอยู่กับผู้สร้าง

เมื่อก่อนเว็บไซต์นั้นเป็นเพียงแค่การแสดงเนื้อหา ที่ไม่มีความซับซ้อนมากนัก แค่โชว์รูปและข้อความก็ถือว่าสำเร็จแล้ว (เรียกว่า Web Page ธรรมดาก็ได้) แต่ด้วยความที่เทคโนโลยีพัฒนาไปมากตามยุคสมัย และผู้คนก็มีความต้องการที่มากขึ้น จึงทำให้เทคโนโลยีเว็บไซต์เริ่มมีระบบใหม่ๆจนสามารถสร้างเป็นโปรแกรมที่ใช้งานได้ยิ่งใหญ่ครอบคลุมในระดับประเทศ หรือระดับโลก เว็บที่มีระบบการทำงานเชิงโปรแกรม จะถูกเรียกว่า Web Application ซึ่งถือว่ายากและไม่เหมาะกับมือใหม่ เพราะจะต้องใช้ความรู้หลายด้านมาประกอบกัน เช่นการทำฐานข้อมูล การเขียนโปรแกรม การออกแบบ การวางระบบความปลอดภัย ฯลฯ ในบทความนี้จึงเล่าเพียงแค่รูปแบบดั้งเดิม ก็คือ Web Page ธรรมดาก่อนก็น่าจะเพียงพอ

อยากทำ Web Page ต้องรู้อะไรบ้าง?

ก่อนอื่นควรจะต้องรู้จักคำว่า Server สักเล็กน้อยเสียก่อน เพราะการที่จะเปิดเว็บให้คนเข้ามาได้ คอมพิวเตอร์นั้นจะต้องถูกตั้งค่าให้เป็น Server จะต้องเปิดอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้เครื่องฝั่งผู้ใช้ Connect เข้ามา คล้ายกับการโทรศัพท์ ที่ทั้งสองเครื่องต้องเปิดและมีสัญญาณ จึงจะโทรคุยกันได้ ในกรณีเดียวกัน เครื่องคอมฯที่จะทำเป็นเว็บไซต์จะต้องเปิดอยู่ตลอด โดยหากเราทำเครื่องคอมพิวเตอร์ที่บ้านตนเอง เราก็จะต้องรับกับค่าไฟฟ้าที่ต้องเปิดอยู่ตลอดเวลา และระมัดระวังไฟดับ หรือการเดินเตะปลั๊ก

ศึกษาเรื่องการเช่าโฮส

จึงมีคนแก้ปัญหานี้ด้วยการ เปิด Server ให้เช่า (เรียกว่าเช่า Host) โดยเขาจะเก็บค่าบริการเราเป็นรายเดือน รายปี ตามแต่ข้อตกลง ที่เราต้องทำเองก็คือสร้างเว็บที่เป็นไฟล์ html หรือรูปภาพ ที่เป็นไฟล์ jpg/png เอาไปอัพโหลดใส่ไว้ในเครื่องของผู้ให้บริการ โดยที่เราก็ไม่ต้องมาคอยดูแลเครื่องเอง ทางฝั่งผู้ให้บริการจะทำหน้าที่เก็บข้อมูลเหล่านี้ให้กับเรา ในส่วนนี้เขาจะมีบริการจดโดเมนให้กับเราด้วย ก็คือจะทำให้เว็บของเรามี www.ชื่อเว็บ.com ตรงส่วนที่เป็นชื่อเว็บ เราสามารถตั้งอะไรก็ได้ที่ไม่ซ้ำกับเว็บของคนอื่นที่ตั้งชื่อนั้นไปแล้ว ก็แปลว่า เมื่อเวลาผ่านไป ชื่อเว็บใหม่ๆก็เกิดขึ้นมาเรื่อยๆทุกวัน ดังนั้นถ้าเราไม่รีบจดโดเมนเสียแต่เนิ่นๆ ในอนาคต ชื่อที่เราคิด ก็อาจจะถูกคนอื่นแย่งจดไปกันหมด แต่ชื่อโดเมนพวกนี้ก็มีอายุการใช้งาน แม้ว่าเราจะจดโดเมนไปแล้ว ก็จะต้องคอยจ่ายเงินค่าโดเมนเพื่อต่ออายุความเป็นเจ้าของ หากไม่จ่ายเราก็จะเข้าใช้งานไม่ได้ (เรียกกันว่าหมดอายุ) ซึ่งถ้ามันหมดอายุ ก็สามารถจดใหม่ได้ แต่อาจจะถูกคนอื่นยึดไปหรือต้องรอเวลาที่ไม่มีใครตอบได้ว่ามันจะนานแค่ไหน

จุดประสงค์ในการทำเว็บ

ส่วนใหญ่ก็เพื่อธุรกิจ เช่น เราต้องการขายสินค้า หรือนำเสนอบริการ แม้ว่าจริงๆเราสามารถทำได้ฟรี บน Facebook หรือ Youtube แต่อย่างไรแล้วนั่นก็เป็นระบบของคนอื่น หน้าตาและการออกแบบ (Design / Layout / Theme ) ถูกกำหนดมาไว้ตายตัวทำให้เราไม่สามารถแก้ไขอะไรได้มาก การมีเว็บไซต์ที่มีชื่อโดเมนเว็บเป็นของตัวเอง มีประโยชน์ในแง่ธุรกิจ สร้างความน่าเชื่อถือและแสดงออกถึงอัตลักษณ์ของธุรกิจได้เป็นอย่างดี โดยหากเราต้องการเริ่มต้นทำเว็บด้วยตัวเอง ก็สามารถทำได้อยู่ 3 วิธีด้วยกัน ดังนี้

1. ใช้ CMS หรือ Website Builder (Wordpress, Joomla , Wix)
2. ใช้โปรแกรมช่วยเขียนโค้ด (MU , Dreamweaver)
3. เขียนโค้ดเอง (HTML , CSS)

CMS / WYSIWYG / CODE ใช้ CMS หรือ Website Builder

ขออธิบายจากอันที่ง่ายที่สุดก่อน ก็คือการใช้งานบริการเว็บไซต์ประเภท CMS (Content Management System) เป็นการทำเว็บแบบสำเร็จรูป ราวกับการที่เราไปซื้อมาม่ามา ใส่น้ำร้อนแล้วทานได้เลย CMS ก็เช่นกัน คือเราไม่ต้องเขียนโค้ด แค่ติดตั้ง Login เข้าไปเปลี่ยนแปลงภาพ เนื้อหาได้ทันที เช่น การใช้ WIX , Wordpress , Joomla , lnwshop ฯลฯ แต่จะมีข้อเสียก็คือ เสียเงิน ถ้าต้องการฟังค์ชั่นพิเศษที่เขาล็อคเอาไว้ หรือหากเราอยากปรับแต่ง แก้ไขอะไรบางอย่างในหน้าเว็บ แต่หากเราไม่มีความรู้พื้นฐานของการเขียนโค้ด เราก็จะไม่สามารถทำได้ เพราะเราไม่ทราบว่าจะต้องแก้ไขตรงไหน อย่างไร การจะแก้ไขที่นอกเหนือจากฟังค์ชั่นที่ CMS เตรียมมาให้ เราจะต้องไปศึกษา ค้นคว้ามาอีกที ดังนั้น การใช้ CMS เหมาะสำหรับคนที่ ยอมรับในดีไซน์ของ Theme และระบบที่เขามีให้มาแต่แรก ไม่ได้อยากปรับแต่งอะไรเป็นพิเศษ และถ้าจะเอาดีด้านนี้จริงๆต้องมีเงินทุนสำหรับซื้อฟังค์ชั่น ซื้อธีมด้วย

ใช้โปรแกรมช่วยเขียนโค้ด หรือ WYSIWYG

(ตัวผู้เขียนเอง เริ่มต้นการสร้างเว็บไซต์ด้วยวิธีนี้) WYSIWYG หรือชื่อเต็มคือ What You See Is What You Get เป็นลักษณะของการที่เราสามารถสร้างหน้าเพจ โดยใช้โปรแกรมเช่น MU , Dreamweaver โดยการพิมพ์ข้อความ ใส่รูป ราวกับใช้โปรแกรม Microsoft Word/Power Point แทนที่จะเขียนโค้ด HTML ด้วยตัวเอง

ข้อดีก็คือ เราสามารถออกแบบเว็บให้เป็นอย่างที่เราต้องการได้เลย โดยไม่ต้องรู้ HTML ก็ได้ เพราะโปรแกรมพวกนี้จะแปลงงานที่เราออกแบบให้อยู่ในรูปของ HTML แทนเรา มีข้อเสียคือ โค้ด HTML อาจจะมั่วนิ่ม ถ้าดูเป็นจะรู้ว่ามันรกหรือมีเยอะเกินจำเป็น และเราอาจจะทำเทคนิคขั้นสูงได้ยาก เพราะเราไม่เข้าใจที่มาที่ไปของการเขียนโค้ด

การเขียนโค้ดด้วยตัวเอง

สูงสุด คืนสู่สามัญ การเขียนโค้ดที่ว่าก็คือ การที่เราจะต้องเขียนภาษา HTML อันเป็นแก่นแท้ของเว็บไซต์ อย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ การที่เราจะมาจุดนี้ได้จะต้องศึกษาค้นคว้าและใช้เวลายาวนาน เพื่อจะทำความเข้าใจรูปแบบของภาษา ที่มีหลายตัว คือ HTML, CSS, JS สำหรับงานด้าน Front End และ PHP SQL สำหรับงานด้าน BackEnd และเมื่อเข้าใจพื้นฐานแล้วก็ต่อยอดไปใช้งาน Framework เพื่ออำนวยความสะดวกในการเขียนแต่มันจะยากขึ้นไปเรื่อยๆ ถ้าไม่มีพื้นฐานทางภาษาเว็บมาก่อน จะไม่สามารถทำได้เลย เพราะมันมักจะมาจากการรวมร่างกันของภาษาพื้นฐาน เช่น การใช้ Bootstrap (มาจากคนที่เข้าใจ HTML+CSS แล้ว) การใช้ React (มาจากคนที่เข้าใจ Javascript) การใช้ Django (มาจากคนที่เข้าใจ Python) การใช้ Laravel (มาจากคนที่เข้าใจ PHP) เป็นต้น

แต่ข้อดีก็คือ มันทำให้คนที่สร้างเว็บ แข็งแกร่งพอที่จะสามารถแก้ไข แก้ปัญหางานยากๆได้ เพราะจะรู้ลึก ทำให้สามารถสร้างอะไรก็ได้ตามจินตนาการของผู้สร้างเลยก็ว่าได้ จึงนับว่าเป็นข้อดีสูงสุดของการเขียนเว็บด้วยวิธีนี้ ข้อเสียคือ เสียเวลาเรียนรู้นาน ต้องใช้ความทุ่มเท ความรักในการทำงานนี้ และที่น่าห่วงคือมันจะมีอะไรใหม่ๆให้ต้องศึกษาอยู่ตลอดเวลา ตามเทคโนโลยีที่พัฒนาไปทุกๆวัน อย่างไม่จบสิ้น เพราะมันจะมีเทคนิคใหม่ๆ เครื่องมือใหม่ๆ เพิ่มมาให้ศึกษาอยู่เสมอ ซึ่งถ้าเราหยุด เราก็จะตามไม่ทัน อาจทำให้เราไม่สามารถสร้างเว็บทัดเทียมกับคู่แข่ง หรือธุรกิจอื่นๆได้

CODEWYSIWYGCMS
ระยะเวลาในการเรียนรู้พื้นฐานเพื่อให้พอทำได้ 3 เดือน - 1 ปี
เพราะต้องศึกษาเรียนรู้การเขียนโค้ด
1 สัปดาห์ - 1 เดือน
ต้องศึกษาในการใช้งานโปรแกรม
1 วัน - 1 สัปดาห์
ต้องศึกษาระบบ
ความรวดเร็วในการสร้างเพื่อใช้งานเบื้องต้น นาน
1-3 เดือน
ปานกลาง
1 -3 สัปดาห์
เร็วมาก
1-3 วัน
ต้นทุน (เงิน) น้อย แทบจะไม่เสียเงิน
0-2,000 บาท
เสียค่าโปรแกรมหากใช้ของลิขสิทธิ์แท้
ประมาณหลัก 1,000 บาทขึ้นไป
เสียค่าฟังค์ชั่น ธีม ค่าเช่าโดเมนโฮส
ตั้งแต่หลัก 100 บาท จนถึง หลายพันบาท
ความอิสระในการสร้าง ไร้ข้อจำกัด สามารถทำได้ทุกอย่างตามที่ต้องการหากศึกษาและมีประสบการณ์มากพอ สามารถออกแบบหน้าตาเว็บได้เอง แต่เมื่อต้องทำระบบหลังบ้านจะทำไม่ได้หากไม่รู้พื้นฐานโค้ด ปรับแต่งได้ไม่มาก หรืออาจจะไม่ได้เลยเพราะต้องศึกษาโค้ดและรูปแบบของระบบ
เหมาะสำหรับคนอย่างไร อดทน ใจรัก ชอบใช้สมอง ท้าทาย ชอบเรื่องคอมพิวเตอร์อย่างมาก มีความคิดสร้างสรรค์ อยากเรียนรู้สิ่งใหม่ ชอบการทดลองใช้เครื่องมือ รีบใช้งาน ต้องการประหยัดเวลา ไม่ชอบคิดเยอะ
ความยาก ความเข้าใจ ยากตอนแรกที่ต้องศึกษาหลายเรื่อง แต่จะง่ายขึ้นตอนหลัง เมื่ออยากจะสร้างหรือแก้ไขงาน ง่ายตอนแรกเมื่อลองทำเล่นๆ ยากขึ้นตอนหลังเมื่อจะทำจริงจังถึงระบบหลังบ้าน ปานกลาง ง่ายขึ้นเมื่อเข้าใจพื้นฐานระบบ ยากมากเมื่อต้องการดัดแปลงระบบ

ตารางความแตกต่างของแนวทางทั้ง 3 วิธี



สรุป

จะเห็นว่าทั้ง 3 แนวทางนั้น มีความแตกต่างกันหลักๆในเรื่องของระยะเวลา และเงินทุน และความยืดหยุ่นในการแก้ไข
ตัวผมเองเริ่มแรกจากการใช้ Dreamweaver ในการสร้างเว็บแบบง่ายๆขึ้นมาก่อนและค่อยๆศึกษา พัฒนาไปเรื่อยๆ กว่าจะเริ่มตัดสินใจมาเขียนโค้ดแบบจริงๆจังๆ ก็ผ่านไปหลายปีเหมือนกัน ช่วงแรกผมก็ต้องไปร้านหนังสือ หาซื้อหนังสือ HTML มาเริ่มอ่าน และฝึกเขียนอยู่เป็นปีๆ จนเริ่มรับงานทำเว็บ และเมื่อมีงานที่ต้องใช้ CMS เข้ามาก็สามารถใช้งานและปรับแต่งได้ทันที จากพื้นฐานที่มี โดยสรุปก็คือ ผมเริ่มจาก WYSIWYG > CODE > CMS

แต่ไม่ว่าเราจะเริ่มจากจุดไหน มันก็คือการทำเว็บไซต์เหมือนกัน ไม่ได้มีอันไหนดีหรือไม่ดีกว่ากัน มันเป็นแค่ทางเลือกของจุดเริ่มต้นเท่านั้นเอง สุดท้ายแล้วถ้าเราชอบงานประเภทนี้ เราก็สามารถหาทางเรียนรู้จนสามารถทำเป็นทุกวิธีได้เอง แต่ถ้าหากอยากมีเว็บแต่ไม่อยากทำเอง เพราะไม่ได้ชอบอะไรขนาดนั้น การเลือกใช้บริการจ้างทำเว็บไซต์ก็เป็นคำตอบที่ดี และไม่เสียหายเพราะเราก็สามารถประหยัดแรงและเวลาเพื่อจ้างผู้ที่มีประสบการณ์และความชำนาญมาทำให้เรา ทำให้ไม่ต้องลองผิดลองถูกด้วยตัวเอง เราก็สามารถเอาเวลาไปทำอย่างอื่นได้มากขึ้น

หากมีข้อสงสัยอยากปรึกษา ต้องการ จ้างทำเว็บ เรียนทำเว็บ สามารถติดต่อ 7/7 House ได้อีกหนึ่งแห่งนะครับ